โลกแห่งการ Live ถ่ายคลิป และ Selfie

Share:
dibmsznze6oycoqdtffc31s6emnkksfa-large
American Airlines plane evacuated after catching fire at Chicago's O'Hare airport

American Airlines plane evacuated after catching fire at Chicago’s O’Hare airport

วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 14.30 น. (เวลาท้องถิ่น) เครื่องบินของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 383 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้เครื่องยนต์ขวาขณะที่กำลังจะทะยานขึ้นจากสนามบินชิคาโก โอแฮร์ (ORD) ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้นักบินต้องยกเลิกการนำเครื่องขึ้นและต้องรีบอพยพผู้โดยสารทั้งหมด 161 คน และลูกเรืออีก 9 คน ออกจากเครื่องโดยเร็วที่สุด (nbcchicago.com)
แต่ประเด็นของวันนี้ไม่ใช่เรื่องอุบัติเหตุ หรือว่าสาเหตุของไฟไหม้ แต่ผู้เขียนเกิดความสงสัยว่า ระหว่างการเอาชีวิตรอด กับจำนวน like ในโลกโซเชียล อันไหนสำคัญกว่ากัน
โดยปกติแล้วเมื่อนักบินสั่งอพยพ (Emergency Evacuation) สิ่งที่ลูกเรือต้องทำคือพาผู้โดยสารออกจากเครื่องให้เร็วที่สุด ซึ่งคำว่าเร็วในที่นี้คือ “ยิ่งเร็วยิ่งดี” โดยเฉลี่ยมีเวลาอยู่ที่ประมาณ 90 – 120 วินาทีเท่านั้น ดังนั้นทุกคนต้องมีสติและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพราะถึงแม้ว่าจะมีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มงวด เพื่อให้พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ในเหตุฉุกเฉินต่างๆคอยช่วยเหลือ แต่ถ้าผู้โดยสารขาดสติหรือไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ การอพยพอาจจะล้มเหลวได้ เพราะการกระทำของคนๆหนึ่งย่อมจะส่งผลต่ออัตราการรอด หรือเสียชีวิตของคนอื่นๆอีกหลายคน แต่ที่เห็นในภาพข่าวไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ของเที่ยวบิน 383 หรือเหตุการณ์ที่ต้องมีการอพยพจากเครื่องในช่วงหลังๆนี้ มักจะเห็นสิ่งปกติหลายอย่าง…
90 – 120 วินาที คือ เวลาเฉลี่ยที่ต้องอพยพผู้โดยสารออกจาเครื่องบิน
ภาพที่ผู้โดยสารหลายคนมัวแต่เก็บของส่วนตัว ผู้โดยสารบางคนหอบของหอบกระเป๋า เตรียมกระโดดสไลด์ และคนที่ถ่ายคลิปขณะอพยพ รวมถึงคนที่ยืนถ่ายรูปหลังจากสไลด์ลงมาจากเครื่องได้แล้ว การกระทำเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะเป็นอันตรายต่อตนเองเท่านั้น เพราะการยืนขวางบริเวณทางเดิน (Aisle) ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการอพยพเพื่อหยิบของที่อยู่บนที่เก็บสัมภาระด้านบน (Overhead Compartment) หรือเพื่อยืนถ่ายคลิปนั้น เป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการอพยพของคนอื่นๆที่อยู่ด้านหลัง อย่าลืมว่าสำหรับเครื่องบินลำตัวกว้าง (Wide-body Aircraft) มีทางเดินบนเครื่องแค่ 2 ทางเดิน สำหรับเครื่องลำตัวแคบ (Narrow-body Aircraft) นั้นมีแค่ทางเดินเดียว ดังนั้นทุกวินาทีย่อมหมายถึงชีวิต และใช่ว่าออกจากเครื่องได้แล้วจะปลอดภัย เพราะโอกาสที่เครื่องบินจะระเบิดนั้นก็มีสูงเช่นกัน เพราะฉะนั้นวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดหากเครื่องบินเกิดไฟไหม้คือ รีบออกจากเครื่องให้เร็วที่สุด และวิ่งออกไปให้ไกลที่สุดด้วย
วิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดหากเครื่องบินเกิดไฟไหม้คือ รีบออกจากเครื่องให้เร็วที่สุด และวิ่งออกไปให้ไกลที่สุด
ดังนั้นการที่มีคนยังอุตส่าห์มีเวลาหยิบโทรศัพท์มาถ่ายคลิปในสภาพความวุ่นวายที่ทุกคนอยากจะเอาชีวิตรอด ในเวลาที่ทุกคนอยากจะออกจากเครื่องบินลำนั้นให้เร็วที่สุด เป็นอะไรที่ผู้เขียนไม่เข้าใจ เท่านี้ยังไม่พอหลายคนพอออกจากเครื่องได้แล้วแทนที่จะรีบวิ่งออกไปจากบริเวณนั้นให้ไกลๆ กลับยืนถ่ายรูป ถ่ายคลิป ถ่าย Selfie บริเวณใกล้ๆเครื่องที่กำลังไฟไหม้… ไม่เข้าใจจริงๆ…อาจจะเป็นเพราะว่าในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่วัยรุ่น แต่น่าจะรวมถึงทุกคนที่เสพติดสังคมออนไลน์นั้น ผู้เขียนคิดว่าคนเหล่านี้สนใจเรื่องจำนวน like จำนวน share และ comment มากกว่าความถูกต้อง ความเหมาะสม กาลเทศะ หรือแม้กระทั่งชีวิต
จากผลการวิจัยเรื่องการใช้สื่อออนไลน์ โดยเฉพาะ facebook นั้น ระบุว่าคนที่ใช้ facebook บ่อยๆคือคนที่ขี้เหงา คนที่กำลังเหงา หรือคนที่ไม่กล้าพบปะผู้คนในชีวิตจริง จึงเลือกการติดต่อกับเพื่อนหรือบุคคลอื่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์มากกว่า เพราะสะดวก รวดเร็ว และปลอมตัวได้ นั่นหมายรวมถึงถ้าเกิดการทะเลาะกัน ด่ากัน ก็ต้องผ่านสื่อสังคมออนไลน์ด้วย ตัวอย่างเช่น บางคนจะเครียดมากถ้าโพสแล้วไม่มีคนมากด like หรือเม้น (comment) ถ้าส่งข้อความทาง Line แล้วไม่อ่าน หรืออ่านแล้วไม่ตอบก็คงเกิดเรื่องได้ สำหรับการทะเลาะกันหรือเลิกคบกันนั้น วิธีที่เห็นทำกันบ่อยๆก็คือการบล็อค (block) การยกเลิกการเป็นเพื่อน (unfriend) หรือการเลิกติดตาม (unfollow)… ล่าสุดถึงขนาดถ่ายทอดสดการฆ่าตัวตายกันเลย ที่น่าเป็นห่วงกว่าคือมีคนดูด้วย
ส่วนสาเหตุว่าทำไมถึงมีเวลา หรือมีอารมณ์ถ่ายรูป ถ่ายคลิป ขณะที่เครื่องบินเกิดไฟไหม้และทุกคนกำลังหนีตายนั้น ผู้เขียนขอเดาว่าคนกลุ่มนี้อาจจะให้ความสำคัญกับความโด่งดัง หรือจำนวน like มากกว่าการมีชีวิตรอด ประกอบกับสื่อต่างๆก็พร้อมใจกันจะเอาคลิป หรือภาพของเหตุการณ์นั้นๆไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าจะทางโทรทัศน์ หรือทางอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงมีผลวิจัยบอกว่าคนเรามักจะชอบส่งต่อ ดู หรือแชร์เรื่องราวน่ากลัว เรื่องร้ายๆ มากกว่าเรื่องที่ดีงาม เมื่อทุกอย่างมาประกอบกันทั้งคนดู คนกลาง และเจ้าของคลิป ก็ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา
สุดท้ายนี้ผู้เขียนก็อยากจะถือโอกาสบอกว่า การยืนยิ้มแล้ว #Selfie หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำด้วยประการทั้งปวง นี่ไม่ใช่เวลาสร้างภาพ ไม่ใช่เวลาสำหรับทำอะไรแบบนี้ ควรรู้กาลเทศะ ความเหมาะสมให้มากกว่าที่เป็นกันอยู่ การใส่ชุดดำจะไม่มีความหมายอะไรเลยถ้าในใจของเราไม่ได้รู้สึกถึงความเศร้า และการระลึกถึง ซึ่งผู้เขียนก็คงไม่สามารถทำอะไรได้มากนักกับเรื่องนี้ แต่ในฐานะครูอาจารย์ ผู้เขียนก็คงต้องให้ความรู้ ปลูกสร้างจิตสำนึกให้กับนักเรียนนักศึกษา เผื่อว่าซักวันเขาจะรู้ได้ คิดได้ รู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร และสามารถส่งต่อความรู้เหล่านี้ให้กับคนอื่นๆได้ต่อไป
สถาวร เลิศสุวรรณกุล
หัวหน้าหลักสูตรธุรกิจการบิน
วิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน (CADT) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ภาพจาก: http://www.telegraph.co.uk/
Share:

Leave a reply