เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่สร้างพฤติกรรม ผู้ซื้อ 4G

282
0
Share:
เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่สร้างพฤติกรรมผู้ซื้อ 4G

สวัสดีทุกท่านกลับมาพบกันเช่นเคยครับ ณ ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆที่เกิดขึ้นทำให้เกิดสิ่งประดิษฐ์ที่อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันอย่างง่ายดาย จนเกิดศูนย์กลางการกระจายสินค้าระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคกลายเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจประเทศในปัจจุบัน เทคโนโลยีเริ่มมีนวัตกรรมและรูปแบบใหม่ๆเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้เข้ากับรูปแบบของสังคมที่มีการพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการตลาดก็ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีนี้มากขึ้นด้วย เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และมีแนวโน้มว่าจะมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว ดังนั้นเจ้าของธุรกิจหรือแม้แต่นักการตลาดยุคดิจิทัลต้องนำนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมาสร้างสรรค์ พัฒนาต่อยอด เปลี่ยนแปลงความคิด การจัดการ การผลิต กระบวนการและระบบ เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าใหม่ๆให้กับธุรกิจของตนเอง โดยต้องเข้าใจพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจให้ถ่องแท้เพื่อวิธีการสื่อสารกับผู้ซื้อยุคใหม่หรือที่เรียกว่า “ผู้ซื้อยุคดิจิทัล” ซึ่งกำลังมีอิทธิพลอย่างมากต่อการตลาดยุคนี้ การปฏิสัมพันธ์ การสื่อสาร ความเชื่อ และเครื่องมือทางการตลาดต่างๆ นั้นมีผลต่อการซื้อของผู้ซื้อยุคดิจิทัล ซึ่งผมให้ความสำคัญกับพฤติกรรมของ “ผู้ซื้อ 4G”  ไว้ดังนี้ครับ

 

เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่สร้างพฤติกรรม ผู้ซื้อ 4G

 


ผู้ซื้อ 1.0 จะพึ่งพาการปฎิสัมพันธ์กับการใช้เทคโนโลยีโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์พราะการทำงานของเทคโนโลยีจะมีประสิทธิภาพมากกว่ามนุษย์ เช่น หุ่นยนต์ แอพพลิเคชั่น โปรแกรมสำเร็จรูป หรือแม้แต่ระบบอัตโนมัติ ทำให้ผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องเจอหน้ากับเจ้าหน้าที่และพนักงานที่ให้บริการแล้วในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น การโอนเงินผ่านแอพพลิเคชั่นของธนาคาร การจ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์ในการจ่ายค่าบริการโทรศัพท์ การจ่ายเงินผ่านตู้อัตโนมัติ และการสแกนข้อมูลจากบัตรประชาชน (Smart Card) ในการเข้ารับบริการต่างๆ ทำให้การใช้ชีวิตของคนยุคดิจิทัลทำทุกอย่างโดยใช้เทคโนโลยีได้เกือบทั้งหมด ซึ่งสะดวก ง่ายดาย และรวดเร็ว ประหยัดเวลา ทำให้ผู้ซื้อคุ้นเคยกับการใช้งานเทคโนโลยีด้วยตนเองมากขึ้นและชอบการควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเองมากกว่ามีปฎิสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยกัน

ผู้ซื้อ 2.0 ที่เคยมีความเชื่อในตัวแบรนด์สินค้าและการโฆษณาแบบเดิมๆ จะหันมาเชื่อเทคโนโลยีผู้ช่วยอัจริยะมากขึ้น เพราะพฤติกรรมผู้ซื้อทุกวันนี้ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูจากหน้าจอสมาร์ทโฟนของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะหาที่กิน หาที่เที่ยว หรือแม้แต่จะซื้อของ ผู้ซื้อก็จะหันมาเชื่อเทคโนโลยีมากขึ้น เพราะพัฒนาการของเทคโนโลยีที่มีความชาญฉลาด เก็บข้อมูลและวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำ และอัพเดตได้รวดเร็วอย่างที่สมองมนุษย์ทั่วไปประมวลผลไม่ได้ เช่นการใช้แอพพลิเคชั่นดูการเลือกซื้อรถยนต์ คำนวณภาษี คำนวณการผ่อนชำระ ว่าแบบไหนเหมาะกับผู้ซื้อมากที่สุดเพื่อให้ง่ายและสะดวกต่อการตัดสินใจ การใช้เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าอย่างมาก แถมมันยังสามารถโต้ตอบกับมนุษย์ได้ สื่ออารมณ์ได้ พร้อมทั้งแนะนำผู้ซื้อยุคดิจิทัลได้ทุกอย่างด้วย ทั้งการวิเคราะห์ข้อมูล ทั้งการติดตามกิจกรรมระหว่างวันของผู้ซื้อ รู้กะทั่ง..! ว่าอะไรที่เรากำลังสนใจอยู่ตอนนี้ มันฉลาดมาก จนทำให้ผู้ซื้อเชื่อมากกว่าการเชื่อมนุษย์ด้วยกันหรือแม้แต่การโฆษณาแบบเดิมๆ

ผู้ซื้อ 3.0 จะเชื่อการเข้าถึงของโฆษณาที่เห็นบ่อยๆ เมื่อวิถีความเชื่อของผู้ซื้อเปลี่ยนไป โฆษณาก็จะต้องปรับวิธีการการเข้าถึงผู้ซื้อให้ทุกช่องทางและให้เห็นถี่ๆบ่อยๆ ถ้าลองสังเกตผู้ซื้อจะพบว่าผู้ซื้อที่เล่นมือถือส่วนใหญ่นั้นเล่นโซเชียลมีเดียเพื่อพูดคุย ช้อปปิ้ง และเล่นเกมส์ ดังนั้นต้องทำให้โฆษณานั้นเข้าถึงผู้ซื้อทุกช่องทางโดยง่ายและเห็นบ่อยๆ ซึ่งต้องทำให้ผู้ซื้อสนุกและเข้าถึงกับโฆษณาของแบรนด์มากกว่าการโฆษณาที่ผู้ซื้อรู้สึกถูกยัดเยียด โดยแบรนด์ต้องพัฒนาแคมเปญและเนื้อหาให้ชาญฉลาดและให้ผู้ซื้อตัดสินใจง่ายต่อการจ่ายเงินได้เลย เช่นตัวอย่าง แอพพลิเคชั่นของสตาร์บัค จริงๆทำขึ้นมาเพื่อการโฆษณานั้นแหละ เพียงแต่แอพนี้ทำให้โทรศัพท์ที่ใช้อยู่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ทำให้ทุกการใช้จ่ายของผู้ซื้อกาแฟสตาร์บัคสะดวกขึ้นแถมได้รับดาวสะสมและรื่นรมย์กับสิทธิประโยชน์ต่างๆมากมายอีกด้วย ผู้ซื้อจึงรู้สึกประทับใจ


ผู้ซื้อ 4.0 จะเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขายได้ทุกที่ทุกเวลาเน้นประสบการณ์ที่สดใหม่และจริงเมื่อวิถีการซื้อขายเปิดกว้างให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมาเจอกันได้ทุกที่ทุกเวลา ก็ไม่ได้จำกัดที่ร้านและวิธีการขายอีกต่อไป เมื่อผู้ซื้อผู้ขายสามารถพูดคุยซื้อขายผ่านทางตลาดออนไลน์ที่เรียกว่า Market place ซึ่งมีรายการสินค้าวางขายอยู่มากมาย ที่ที่สามารถทำให้ผู้ซื้อเลือกซื้อได้ตามสะดวก ผู้ขายลงขายได้อย่างสบาย ซึ่งผู้ซื้อได้ประสบการณ์สดใหม่ได้ศึกษาข้อมูลสินค้านั้นก่อนตัดสินใจซื้อ ตัวอย่างเช่นการขายเครื่องสำอางค์ ที่ใช้สแกนหน้าลูกค้า ให้ลองเครื่องสำอางค์ได้หลายๆ รูปแบบในโลกดิจิทัลเสมือนลองจริง สร้างประสบการณ์การทดลองว่าหน้าตาเขาจะเป็นอย่างไรกับเครื่องสำอางค์สีต่างๆ เมื่อผู้ซื้อได้ทดลองสัมผัสก็จะเกิดประสบการณ์ที่สามารถทำให้ผู้ซื้อเชื่อว่าสินค้าแบบไหนเหมาะสมกับเขา ถ้าเหมาะสมกับเขาเขาจะตัดสินใจซื้อทันทีได้ทุกที่ทุกเวลา

ดังนั้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่สร้างการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ทำให้นักธุรกิจแบรนด์และนักการตลาดยุคดิจิทัลต้องเปลี่ยนวิธีในการเข้าถึงผู้ซื้อในรูปแบบใหม่ๆ และต้องเข้าใจพฤติกรรมของผู้ซื้อทั้ง 4 กลุ่มนี้ เพราะเมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับไลฟ์สไตล์ของผู้ซื้อมากขึ้น ต้องให้ความสำคัญกับพฤติกรรมและการดำเนินกิจกรรมของผู้ซื้อ พร้อมเลือกลงทุนกับเทคโนโลยีที่เป็นอนาคตที่เอามาช่วยธุรกิจ “เพิ่มโอกาส ประหยัดเวลาและต้นทุน” ซึ่งสุดท้ายจะทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้ในยุคดิจิทัลนี้ครับ


อ.ธวัชชัย สุขสีดา (อ.ต้นรัก)
รองคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

Share:

Leave a reply