แค่ 3 ข้อก็นำเสนอได้สุดยอดแล้ว

158
0
Share:

สื่อ : ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3256

Section : CEO Focus/หน้าแรก

วันที่ : 27 – 29 เมษายน พ.ศ. 2560

แค่ 3 ข้อก็นำเสนอได้สุดยอดแล้ว

 

ผมอยู่ในงานสัมมนาที่สุดยอดที่สุดงานหนึ่งของประเทศไทยที่จัดขึ้นโดย YPO ชื่อว่า GREW2D ได้ฟังนักบริหารระดับ Champion ของประเทศหลายท่าน ลองนึกภาพว่าหากท่านเข้าสัมมนาฟัง Super CEO 10ท่าน เริ่มตั้งแต่ 8 โมงเช้า แล้วฟังยาวๆ ไปถึง 5โมงเย็น ท่านอาจคิดว่าเนื้อหาหนักอึ้งแน่นอน แต่ปรากฎว่าสนุกมาก เพราะผู้บริหารแต่ละท่านมีการนำเสนอที่เป็นมืออาชีพมาก

ประเด็นที่อยากนำเสนอในวันนี้ คือผู้บริหารหลายท่านที่นั่งฟังอยู่ด้วยกันเป็น Angel Investor หลายท่านมีบริษัทที่พร้อมจะลงทุนกับ Startup หลายราย สิ่งที่ทุกท่านมีประสบการณ์ (รวมทั้งผมด้วย) คือ การได้ฟังการนำเสนอระดับสุดยอดมาแล้ว

ขั้นตอนหนึ่งที่ Startup หลายรายต้องเจอคือ การนำเสนอผลงานกับนักลงทุนหรือการ Pitch อันที่จริง Startup ทุกรายต้องนำเสนอ อาจจะไม่ใช่กับนักลงทุน แต่เป็นกับคนที่สนใจธุรกิจ บุคคลทั่วไปหรือแม้แต่การมีรายการโทรทัศน์หรือสื่อมวลชนมาสัมภาษณ์ก็ตาม ในปัจจุบันนี้มีหน่วยงานหลายแห่งที่สนับสนุนการหาเงินทุนของ Startup อาทิ งาน Demo day ที่จัดขึ้นโดยบริษัท Digital Ventures เพื่อเปิดโอกาสให้ว่าที่นักธุรกิจทั่วประเทศกว่า 150ทีม เข้ามานำเสนอ และคัดเลือกในวันที่ 25 เมษายน 2560 โดยกรรมการจากบริษัทชั้นนำระดับโลก และมีนักลงทุนมาฟังมากมายทีเดียว

ต่อจากงานนี้ก็จะมี Communic ASIA 2017 ที่ประเทศสิงคโปร์อีกที่ Startup ไทยต้องแสดงผลงานของตนเองเพื่อให้เกิดการตกลงซื้อขาย และจับคู่ธุรกิจ สิ่งสำคัญในการแสดงผลงานหรือการนำเสนอคืออะไร? คำตอบของผมคือ “ความน่าดึงดูดใจ” นั่นเอง

เทคนิคการนำเสนอมีมากมาย ท่านสามารถหาอ่านได้จากอินเทอร์เน็ต หรืออาจจะไปลงคอร์สเรียนเทคนิคการนำเสนอดีๆ สักคอร์ส ยิ่งศึกษามากก็ยิ่งมีเทคนิคมาก ผมขอนำเสนอเทคนิคสัก 3 ข้อง่ายๆ โดยประยุกต์มาจาก The Law of Attraction โดย Michael Losier เพื่อให้ Startup รวมทั้งท่านผู้อ่านนำไปใช้ได้ง่ายๆ

แค่ 3 ข้อก็นำเสนอได้สุดยอดแล้วแค่ 3 ข้อก็นำเสนอได้สุดยอดแล้ว

ข้อแรกคือ “ตั้งเป้าหมาย” การนำเสนอแต่ละครั้งมีเป้าหมายแตกต่างกัน อาจเป็นการสร้างการรับรู้ (Brand Awareness) อาจเป็นการประชาสัมพันธ์ (PR) หรืออาจต้องการเงินลงทุน (Funding) การนำเสนอจะมีความแตกต่างกัน เมื่อมีการตั้งเป้าหมายในการนำเสนอที่ชัดเจนแล้ว คุณต้องระมัดระวังในคำพูด และความคิดตลอดการนำเสนอ อย่าลืมว่าผู้ฟังไม่ได้เข้าใจหรือมีข้อมูลมากเท่าคุณ ดังนั้นการนำเสนอของคุณจะชักจูงผู้ฟังไปในทิศทางต่างๆ หากเป้าหมายของคุณไม่ชัดเจนหรือเบี่ยงเบนไปในเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ผู้ฟังก็จะเข้าใจไม่ถูกต้อง การตั้งเป้าหมายนี้จะส่งผลต่อข้อมูล และเทคนิคในการนำเสนอต่อไป

ข้อ 2 คือ “ตั้งใจ” หลังจากตั้งเป้าหมายแล้วหาทิศทางที่จะไปแล้ว คุณควรเลือกวิธีการที่จะนำเสนอเพื่อที่จะไปยังเป้าหมายนั้น หลักการเบื้องต้นที่ผมใช้เสมอคือ คิดว่าผู้ฟังเป็นใคร ต้องการฟังอะไร หากผู้ฟังเป็นบุคคลทั่วไปเค้าต้องการส่ิงที่ทำให้ชีวิตเค้าดีขึ้น หากผู้ฟังเป็นนักลงทุน แน่นอนว่าเค้าต้องการฟังความคุ้มค่าในการลงทุน ความตั้งใจนี้ผมหมายถึงความตั้งใจแบบมากๆ นะครับ เพราะความตั้งใจแบบมากๆ นี้มันมี “พลัง” ที่สามารถโน้มน้าวจิตใจของผู้ฟังได้

ข้อสุดท้ายคือ “ไม่เครียด” สิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกคนในการนำเสนอคือ ความตื่นเต้น ผมยืนยันว่าทุกคนครับ แต่อยู่ที่แต่ละคนมีวิธีกำจัดความเครียดได้เร็วหรือช้าแตกต่างกัน ยิ่งเครียดยิ่งไม่มีอะไรดีขึ้น สิ่งที่ผมแนะนำผู้นำเสนอทุกครั้งคือ ไม่มีใครรู้เรื่องที่คุณนำเสนอดีเท่าคุณ โดยเฉพาะธุรกิจ Startup ที่คุณสร้างขึ้นมาเองกับมือ ดังนั้นคิดว่ากำลังเล่าเรื่องให้คนอื่นฟัง จะทำให้คุณสามารถลดความเครียดในการนำเสนอได้ดี

ผู้บริหารระดับประเทศแต่ละท่านที่ผมฟัง เล่าไป ยิ้มไป นอกจากนี้ยังมีอารมณ์ขันให้หัวเราะตลอดเวลา ฟังแล้ว นอกจากเนื้อหาที่น่าสนใจก็ยังมีความสุขในการฟังด้วย เรียกว่าเป็นนักนำเสนอระดับเทพทีเดียว ดังนั้นเมื่อคุณต้องไปนำเสนอให้เทพฟัง คุณก็ต้องเทพยิ่งกว่านั้นนะครับ

เอาใจช่วย Startup ไทยทุกท่านที่ต้องการประสบความสำเร็จในการนำเสนอ รวมถึงการ Pitch งานด้วย “ตั้งเป้าหมาย ตั้งใจ ไม่เครียด” คุณทำได้แน่นอนครับ

 

Share:

Leave a reply