เหตุผลที่ยังควรเลือกเรียนการบินในยุควิกฤติ COVID-19

Share:

ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2562 อุตสาหกรรมการบินไม่ได้มีการคาดหมายเลยว่าอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมาจะมีสถานการณ์ของศัตรูที่มองไม่เห็น ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่เป็นภัยคุกคามต่อมวลมนุษยชาติ และทำให้โลกเข้าสู่ภาวะวิกฤติ โดยองค์กรอนามัยโลกได้กำหนดให้เรียกไวรัสร้ายตัวนี้ว่า COVID-19 หรือ “2019 Novel Coronavirus” เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2563 ต่อมาเพียง 2 เดือน มีรายงานผู้ติดเชื้อแพร่กระจายไปทั่วโลกจำนวนเกือบ 2 ล้านคน (15 เม.ย. 2563) และไม่มีทีท่าว่าจะยุติการติดเชื้อลงเมื่อใด


วิกฤตนี้ส่งผลให้สายการบินต่างๆ ทั่วโลกต้องทำการหยุดให้บริการ หรือลดจำนวนเที่ยวบินลงเป็นจำนวนมาก รวมทั้งสายการบินสัญชาติไทยก็หยุดบินกันหลายสายการบินเช่นกัน ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 นั่นเอง โดยแต่ละประเทศก็มีมาตรการแก้ปัญหาแตกต่างกันออกไป หลายประเทศถึงกับตัดสินใจปิดประเทศเป็นการชั่วคราว โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรป เช่น เดนมาร์ก สเปน ฝรั่งเศส และ เนเธอร์แลนด์ เป็นต้น รวมถึงมีการปิดสถานศึกษา สถานบันเทิง งดกิจกรรมที่มีการชุมนุมกัน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส มีการมอบหมายให้บุคลากรทำงานจากบ้าน (Work from home) โดยสถานศึกษาต่าง ๆ ได้ปรับรูปแบบการเรียนการสอนไปสู่ห้องเรียนแบบออนไลน์เช่นกันทั่วโลก

จากปัญหาของ COVID-19 ส่งผลให้วิถีชีวิตของทุก ๆ คนบนโลกใบนี้ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก หลายๆ องค์กรปิดตัวลง หลายๆ สายการบินหยุดบินชั่วคราว ส่งผลให้ผู้ปกครองและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่กำลังมองหาหลักสูตรที่จะเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยเกิดความไม่มั่นใจที่จะเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรด้านการบิน เนื่องจากดูจากสถานการณ์ปัญหา COVID-19 แล้วกังวลแทนบุตรหลานว่าเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะมีงานรองรับหรือไม่

ทั้งนี้ วิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน และสถาบันการบิน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ขอเรียนท่านผู้ปกครองและน้อง ๆ นักเรียนว่า การเดินทางด้วยเครื่องบินยังคงเป็นการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุดในบรรดาการเดินทางทุกชนิดบนโลกใบนี้ นอกจากความปลอดภัยแล้ว ยังเป็นการเดินทางที่ใช้เวลาสั้นกว่าการเดินทางแบบอื่น ๆ นอกจากนี้การเดินทางด้วยเครื่องบินเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจ หรือด้านการท่องเที่ยว ก็ยังคงเป็นกิจกรรมที่จำเป็นของการดำรงชีวิตของมนุษย์ ตัวอย่างเช่น ในปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา ผู้คนทั่วโลกใช้การเดินทางด้วยเครื่องบิน เกือบ 5,000 ล้านคน ส่วนประเทศไทยนั้นมีผู้โดยสารที่เดินทางด้วยเครื่องบินในทุกสนามบินจำนวน มากกว่า 150 ล้านคน โดยมีปริมาณเที่ยวบินทั้งหมดจำนวน 1,045,741 เที่ยวบิน ที่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ให้บริการในปี พ.ศ. 2562

https://www.airlines.iata.org/data/in-numbers-2018-airline-safety-performance

แต่บนโลกใบนี้มีอะไรที่ไม่เคยเกิดก็จะเกิด อะไรที่ไม่เคยเห็นก็จะเห็น เฉกเช่นปัญหา
COVID-19 ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมทุกภาคส่วน รวมถึงอุตสาหกรรมการบิน ในอดีตนั้น มีผู้ศึกษาวิจัยพบว่าปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจสายการบินมีมากกว่า 20 ปัจจัย ซึ่งพอสรุปเป็นปัจจัยหลักๆ ได้แก่ ด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน ด้านสภาวะทางเศรษฐกิจของโลก ด้านสภาวะการเมืองในแต่ละภูมิภาคของโลก ด้านการก่อการร้ายและสงครามในภูมิภาคต่าง ๆ ด้านภัยธรรมชาติ ด้านอุบัติเหตุทางเครื่องบิน และด้านปัญหาโรคระบาด ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินของโลกในปัจจุบันคือปัญหาโรคระบาดจาก COVID-19 โดยในประวัติศาสตร์ของมนุษย์นั้น มีการเกิดโรคระบาดใหญ่ร้ายแรงทั่วโลก เช่น หวัดสเปน ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ปี พ.ศ. 2552 HIV/ AIDS SARS MERS และ EBOLA เป็นต้น

ดังที่กล่าวไว้แล้วว่าการเดินทางทางอากาศเป็นการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุดของผู้โดยสาร
โดยมีทั้งความรวดเร็ว ความสะดวกสบาย จึงเป็นที่นิยมของผู้โดยสารที่จะเดินทางโดยเครื่องบิน ในการเดินทางทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ รวมทั้งการขนส่งสินค้าทางอากาศ ก็เป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน เนื่องจากสามารถขนส่งสินค้ากระจายไปทั่วถึงได้อย่างกว้างขวางทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศ เหมาะกับการขนส่งสินค้าที่เสียง่าย จำเป็นต้องถึงปลายทางอย่างรวดเร็ว ดังนั้นหากสถานการณ์ของโลกไม่มีปัจจัยสำคัญใดๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน เช่น ไม่มีโรคระบาด เศรษฐกิจของโลกมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินไม่สูงเกินไป จะเป็นผลให้อุตสาหกรรมการบินมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่น การคาดหมายของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association : IATA) ระบุว่า ธุรกิจการบินปี 2563 จะมีการเติบโตโดยมีกำไรสุทธิประมาณ 893,650 ล้านบาท โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2563 จะโตขึ้นประมาณร้อยละ 2.7 แต่เมื่อเกิดเหตุวิกฤติภัยร้าย COVID-19 ทุกธุรกิจบนโลกใบนี้หยุดชะงักอย่างเฉียบพลัน การเติบโตของเศรษฐกิจจึงไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ และอุตสาหกรรมการบินของโลกย่อมได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน โดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ได้ประเมินผลกระทบความเสียหายจาก COVID-19 ครั้งนี้เกือบ 1 ล้านล้านบาท (ซึ่งบางองค์กรบอกว่าอาจจะน้อยกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง) อย่างไรก็ตาม IATA ยังมีความเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมการบินจะฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็วแบบ V-Shape ซึ่งเหตุการณ์โรคระบาด SARS ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2545 นั้นในท้ายที่สุดอุตสาหกรรมการบินก็ฟื้นตัวขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเหตุการณ์ผลกระทบของ COVID-19 ครั้งนี้ IATA ได้คาดหมายว่าอุตสาหกรรมการบินของโลกจะฟื้นตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน

ดังนั้นสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ที่เปิดการเรียนการสอนด้านการบินจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับให้การศึกษาและพัฒนาบุคลากรด้านการบินในช่วงวิกฤตินี้ และสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครองว่า

เรียนการบินไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาการตกงาน ตราบใดที่ผู้โดยสารยังต้องการเดินทางด้วยเครื่องบิน และนับวันจะมีความต้องการเดินทางทางเครื่องบินเพิ่มมากขึ้น

ปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการเลือกสถาบันการศึกษาและหลักสูตรที่เข้าศึกษาด้านการบิน

  1. ความเป็นมาตรฐานของสถาบันการศึกษา
    สถาบันการศึกษาที่เปิดการเรียนการสอนด้านการบินจะต้องได้รับการรับรองว่าเป็นสถาบันการศึกษาและฝึกอบรมด้านการบินจากหน่วยงานระดับประเทศและระดับนานาชาติซึ่งวิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน และสถาบันการบิน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้รับการรับรองความเป็นมาตรฐานจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association : IATA) และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) องค์การมหาชน
  2. ความโดดเด่นของหลักสูตร
    การปฏิบัติงานด้านการบิน จำเป็นจะต้องได้รับการเรียนการสอนและฝึกอบรมในหลักสูตรที่เป็นมาตรฐาน เนื่องจากอุตสาหกรรมการบินจะต้องใช้บุคลากรที่มีความสามารถในทุกเทคโนโลยี โดยหลักสูตรที่จะต้องมีการสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรผู้ประจำหน้าที่ จะต้องเป็นหลักสูตรที่เป็นมาตรฐานขององค์กรด้านการบินเช่น องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO), สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เป็นต้น วิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน และสถาบันการบิน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มีการเรียนการสอนตามหลักสูตรที่เป็นไปตามมาตรฐานของ ICAO และ IATA ซึ่งปัจจุบัน IATA และ TPQI ให้การรับรองว่าวิทยาลัยฯและสถาบันการบินเป็นสถาบันการฝึกอบรมด้านการบินในประเทศไทย โดยจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรปกติ 4 ปี ทั้งด้านธุรกิจการบินและการจัดการอำนวยการบิน รวมทั้งหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้นเพื่อเป็นการ Re-Skill, Up-Skill, Re-Current ให้กับบุคลากรด้านการบินอีกด้วย
Authorized Training Center: IATA
  1. วามพร้อมของอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัย
    การจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน และสถาบันการบินมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จะมุ่งเน้นที่ Hard Skills และ Soft Skills โดยมีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่มีความทันสมัยและมีความเพียงพอต่อจำนวนนักศึกษาและผู้เข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรต่าง ๆ เช่น ห้องฝึกปฏิบัติการการให้บริการบนเครื่องบินโดยใช้เครื่องบินแบบ A300-600, ห้องฝึกปฏิบัติการการฝึกควบคุมจราจรทางอากาศบริเวณสนามบินโดยใช้ห้องฝึก Aerodrome Simulator, ฝึกบินด้วยเครื่องฝึกบินจำลองแบบ Cessna-172 และ Boeing 737-800 NG
  2. ความพร้อมของบุคลากร
    วิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน และสถาบันการบิน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มีบุคลากรที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการเรียนการสอนและการฝึกอบรมได้แก่ กลุ่มอาจารย์ประจำ กลุ่มอาจารย์พิเศษ และกลุ่มเจ้าหน้าที่สายสนับสนุน ซึ่งกลุ่มอาจารย์ประจำเป็นผู้ที่มีความรู้ประสบการณ์และเคยปฏิบัติงานทั้งในสายการบิน และหน่วยงานด้านการบินมาก่อน ส่วนกลุ่มอาจารย์พิเศษจะเป็นผู้ที่เคยปฏิบัติงานหรือยังคงปฏิบัติงานในสายการบินหน่วยงานด้านการบิน โดยจะนำความรู้และประสบการณ์มาบรรยายให้ความรู้แก่นักศึกษา และผู้เข้ารับการอบรมได้รับความรู้ได้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการบินทั้งในปัจจุบันและอนาคต สำหรับกลุ่มเจ้าหน้าที่สายสนับสนุนก็มีความรู้และประสบการณ์ที่จะสนับสนุนให้การจัดการเรียนและการฝึกอบรมให้ดำเนินการได้อย่างมีคุณภาพ

ดังนั้นหากท่านผู้ปกครองและนักเรียนที่กำลังมองหามหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรองความเป็นมาตรฐาน มีหลักสูตรที่สร้างบุคลากรออกไปทำงานทั้งระดับปริญญาตรี และหลักสูตรฝึกอบรม โดยมีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัยกับคณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้และประสบการณ์เพื่อผลิตบุคลากรที่มีความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่มีความพร้อมในการไปทำงานในอุตสาหกรรมการบิน ถึงแม้วิกฤติภัยร้าย COVID-19 ยังไม่ยุติลง แต่การศึกษาด้านการบินยังมีความจำเป็นที่จะต้องจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพร้อมในการให้บริการผู้โดยสารเมื่อสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ ซึ่งการเดินทางโดยเครื่องบินยังคงมีผู้โดยสารเลือกใช้เพิ่มมากขึ้นทุก ๆ ปี ควรมั่นใจและเลือกเรียนด้านการบิน สมัครเรียนที่

วิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

“เรียนคุ้ม มาตรฐานครบ จบแล้วมีงานทำ”

นาวาอากาศตรี ดร.วัฒนา มานนท์
คณบดีวิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

Share:

Leave a reply