Passport, Boarding Pass และ Vaccine Certificate

Share:

ถ้ามองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์การเดินทางทางอากาศ จะพบว่าเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ การก่อการร้าย และการระบาดของโรค ล้วนมีผลให้การเดินทางทางอากาศมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและมาตรการอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร บุคลากร และบุคคลที่เกี่ยวข้อทั้งหมดเป็นหลัก

ตัวอย่างเช่น ในอดีตผู้โดยสารสามารถสูบบุหรี่ได้ในขณะเดินทาง จนกระทั่งในปี 1988 (พ.ศ. 2531) การห้ามสูบบุหรี่บนเครื่องบินค่อยมีการบังคับใช้ในวงกว้าง นอกเหนือจากเหตุผลทางสุขภาพแล้ว ยังเนื่องมาจากอุบัติเหตุที่เชื่อมโยงกับการสูบบุหรี่ขณะเดินทาง เช่น กรณีเครื่อง Varig Flight 820 ตกในปี 1973 เนื่องจากเพลิงไหม้จากการสูบบุหรี่ในห้องน้ำ หรือเหตุการเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในห้องน้ำ (แม้ว่าจะไม่ได้มีสาเหตุจากการสูบบุหรี่) ของเที่ยวบิน 797 Air Canada ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 23 คน ยังไม่จบเพียงเท่านี้ ในปี 2015 (พ.ศ. 2558) ยังมีการห้ามการสูบบุรี่แบบอิเลคทรอนิกส์ (e-cigarattes) ระหว่างการบิน และห้ามพกในกระเป๋าเดินทางสำหรับโหลดใต้ท้องเครื่อง เนื่องจากความเสี่ยงที่จะเกิดการลุกไหม้จากแบตเตอรี่ ส่วนคำถามยอดฮิตที่ว่า แล้วจะมีที่เขี่ยบุหรี่ที่ประตูห้องน้ำบนเครื่องบินทำไม คำตอบที่ได้ก็คือ เอาไว้ใช้ดับบุหรี่ในกรณีที่มีคนไปแอบสูบแล้วโดนจับได้นั่นเอง

อีกหนึ่งตัวอย่าง ได้แก่ การห้ามนำของเหลวเกินปริมาณจำกัดขึ้นเครื่องบิน กรณีนี้มีที่มาเนื่องจากเหตุการณ์ในปี 2006 (2549) ที่มีการลอบวางระเบิดที่ทำจากพวกของเหลวในประเทศอังกฤษจึงเป็นที่มาของการห้ามนำของเหลว เจล aerosol (สเปรย์) ที่มีปริมาตรรวมเกิน 100 มล. ขึ้นเครื่องบิน พอกฎออกมาบังคับก็ทำให้เราต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางไปโดยสิ้นเชิง

ที่ชัดเจนที่สุดก็คงหนีไม่พ้นการก่อการร้าย 9/11 ที่ส่งผลให้มาตรการต่างๆของการเดินทางทางอากาศนั้นเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าถึงเหตุการณ์ต่างๆนั้น จะทำให้การเดินทางทางอากาศนั้นยุ่งยาก ซับซ้อนมากขึ้น ไหนจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมที่เคยชิน ไหนจะต้องอ่านและศึกษากฎระเบียบให้ชัดเจน ไหนจะทำให้ต้องเผื่อเวลามากขึ้นในการเดินทาง เป็นต้น แต่ทั้งหมดนี้ อย่างที่บอกไป มีวัตถุประสงค์เพื่อความปลอดภัยของทุกคนนั่นเอง

มาถึงในปัจจุบัน ช่วงของการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 การเดินทางทางอากาศที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักก็ต้องมีการปรับตัว ปรับปรุงกฎระเบียบ ขั้นตอนการเดินทาง และเอกสารที่ต้องใช้เพื่อยืนยันความปลอดภัยในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น Digital COVID Certificate (ใบรับรองการฉีดวัคซีนดิจิทัล) หรือ Smart Vaccination Certificate หรือ Vaccine Passport

รัฐบาล หน่วยงาน องค์กร บริษัท สถานประกอบการ และผู้เกี่ยวข้องในประเทศต่างๆ กำลังร่วมมือกันในการออกแบบระบบที่จะทำให้นักเดินทางสามารถใช้อุปกรณ์มือถือในการพิสูจน์ตัวเองว่าได้ผ่านการฉีดวัคซีน COVID-19 มาแล้ว เพื่อจะทำให้สามารถเดินทาง และเดินทางสะดวกขึ้น (อาจจะ) ไม่ต้องโดนกักตัวเมื่อเดินทางเข้าประเทศจุดหมายปลายทาง แต่ก็เหมือนการทำอะไรใหม่ๆร่วมกันในสเกลใหญ่ทั่วๆไป คือมีการขัดแย้ง ความคิดต่างกัน และปัญหาทางเทคนิคต่างๆ กรณีนี้ก็อย่างเช่น ระบบเทคโนโลยีพื้นฐานของแต่ละประเทศอาจจะต่างกัน กฎหมาย หรือเรื่องความเป็นส่วนตัว (privacy) ที่มีบรรทัดฐานต่างกัน

อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างต้องเดินหน้าต่อ ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) วางแผนไว้ว่าจะเริ่มมีการใข้ EU Digital COVID Certificates (ชื่ออย่างเป็นทางการ ประกาศเมื่อ 25 พ.ค. 64) ซึ่งจะมีข้อมูลของผู้เดินทาง เช่น ข้อมูลพิสูจน์ว่าบุคคลนั้นได้รับการฉีดวัคซีน COVID-19 แล้ว หรือได้หายจากการป่วยจาก COVID-19 แล้ว และข้อมูลผลการตรวจว่าเป็นลบ (Negative COVID-19 Results) โดยในเดือนมิถุนายนนี้จะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการ โดยจะมีการเขียน Application มือถือ แบบ Open Source ที่จะทำให้ประเทศต่างๆ หรือองค์กรต่างๆสามารถนำไปพัฒนาแอปของตนเองได้ต่อ

ทาง IATA หรือ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ เองก็มี application ของตัวเองที่มีชื่อว่า IATA Travel Pass ที่ขณะนี้มีสายการบินสมัครใช้งานด้วย เช่น สายการบิน Qantas, Japan Airlines, Emirates, British Airways และ Virgin Atlantic ซึ่งนอกจาก IATA Travel Pass แล้ว ก็ยังมี CommonPass ที่มีสายการบินอย่าง Cathay Pacific, JetBlue, United, และ Lufthansa ใช้งานอยู่

ซึ่งทั้ง IATA Travel Pass และ CommonPass นั้นเป็น Application บนมือถือที่ใช้ร่วมกับแอปของสายการบิน เพื่อใช้ในการยืนยันการฉีดวัคซีน COVID-19 และผลการฉีดนั้นประเทศปลายทางได้รับผล และยืนยันเป็นที่เรียบร้อย สามารถเดินทางได้

IATA Travel Pass
CommonPass

สุดท้าย หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องเตรียมคำตอบเพื่อสร้างความมั่นใจ และความเท่าเทียม เช่น คนที่ไม่มี smart phone จะต้องทำอย่างไร หรือ ความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัวมีมากน้อยแค่ไหน จะมั่นใจได้อย่างไรว่าข้อมูลที่ส่งไปยังสายการบิน หรือจุดหมายปลายทางมีความถูกต้องเชื่อถือได้ เป็นต้น หวังว่าการฉีดวัคซีน มาตรการการป้องกันต่างๆ และการยืนยันผลการฉีด การตรวจสอบสถานะการฉีดวัคซีน รวมถึงเครื่องมือและ Application ต่างๆ จะทำให้เรากลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ ต้องทำใจไว้ด้วยว่าช่วงแรกๆอาจจะต้องมีความติดขัด ปัญหาต่างๆ แต่พอนานไปปัญหาเหล่านี้จะค่อยๆถูกแก้ไข และสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอย่าลืมให้กำลังคนทำงานด้วยนะครับ

อ้างอิง
https://en.wikipedia.org/wiki/Inflight_smoking
https://wikitravel.org/en/Aviation_security
AP News
Forbes.com

วิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
เปิดสอนหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจการบิน และสาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีการบินและการอำนวยการบิน
โทร 02-588-6060 ต่อ 101
มือถือ 092-549-8992

Share:

Leave a reply