การวิเคราะห์ SWOT คืออะไรและจะนำไปใช้อย่างไรในการสร้างกลยุทธ์การตลาด

Share:

การวิเคราะห์ SWOT เป็นเทคนิคการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่ใช้ในการสำรวจปัจจัยภายในและภายนอกที่ส่งผลต่อบุคคล และธุรกิจ เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการมองให้ชัดเจนว่าตนเอง หรือองค์กรบริษัทอยู่ในตำแหน่งใดในปัจจุบัน วัตถุประสงค์คืออะไร และอุปสรรคใดบ้างที่กำลังขวางทางการไปสู่เป้าหมาย ในบทความนี้ จะเป็นการสรุปภาพรวมว่าการวิเคราะห์ SWOT คืออะไร เหตุใดจึงมีความสำคัญ รวมไปถึงประโยชน์ของการวิเคราะห์ SWOT และการนำไปใช้

การวิเคราะห์ SWOT คืออะไรและเหตุใดคุณจึงควรใส่ใจ

ก่อนอื่นต้องพูดถึงปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก

ปัจจัยภายใน (Internal Factors) คือ เงื่อนไขการปฏิบัติงานหรือโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรด้านต่างๆขององค์กร เช่น งบประมาณ สิ่งสนับสนุนต่างๆ และบุคลากร เป็นต้น รวมถึงวัฒนธรรมบริษัท รูปแบบการจัดการ และความเป็นผู้นำ สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรภายใน ปัจจัยภานในเป็นสิ่งที่องค์กรสามารถควบคุม ดูแล และพัฒนาได้

ปัจจัยภายนอก (External Factors) คือ สภาวะแวดล้อม หรือสถานการณ์ภายนอก ที่มีผลกระทบต่อองค์กร รวมถึงสิ่งต่าง ๆ เช่น เทคโนโลยี การแข่งขัน และเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรภายนอก ปัจจัยภานนอกเป็นสิ่งที่องค์กรไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การเมือง สภาพเศรษฐกิจระดับมหภาค ลักษณะทางสังคม และเทคโนโลยีต่างๆ เป็นต้น

การวิเคราะห์ SWOT เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สามารถช่วยในวิเคราะห์ปัจจัยภายใน ได้แก่ การระบุจุดแข็ง (S: Strengths) จุดอ่อน (W: Weakness) และวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก ได้แก่ โอกาส (O: Opportunities) และภัยคุกคาม (T: Threats) สามารถใช้ได้ทั้งการวิเคราะห์บุคคล และองค์กร

การวิเคราะห์ SWOT เป็นเทคนิคการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยระบุสิ่งที่คุณต้องการหรือจำเป็นต้องมุ่งเน้น และสิ่งที่อาจขวางทางคุณ เพื่อให้คุณสามารถใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์นี้จะเป็นข้อมูลภาพรวมเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงกลยุทธ์ทางการตลาดขององค์กร เช่น การตระหนักถึงความจำเป็นในการลงทุนในช่องทางการตลาดใหม่ๆ หรืออัปเดตภาพลักษณ์ของแบรนด์ เป็นต้น

วัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์ SWOT คืออะไร?

การวิเคราะห์ SWOT สามารถใช้เป็นกระบวนการต่อเนื่องเพื่อประเมินสถานการณ์ และระบุความเสี่ยงและโอกาส ผลจากการวิเคราะห์จะนำมาซึ่งข้อมูลที่สำคัญสำหรับผู้มีอำนาจตัดสินใจ และช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นเกี่ยวกับวิธีการจัดการธุรกิจ และข้อมูลที่ได้จะถูกนำมาช่วยวางแผนการเติบโตในอนาคตหรือหลีกเลี่ยงหลุมพรางที่อาจเกิดขึ้นได้

วิธีดำเนินการวิเคราะห์ SWOT อย่างมีประสิทธิภาพใน 5 ขั้นตอน

ขั้นตอนในการวิเคราะห์ SWOT อย่างมีประสิทธิภาพ ประโยชน์ของเจ้าของธุรกิจจากการวิเคราะห์ SWOT อย่างมีประสิทธิภาพและครบถ้วน

  1. ดำเนินการศึกษาปัจจัยภายใน เพื่อระบุจุดแข็ง (Strengths) แล จุดอ่อน (Weakness) ส่วนมากจะวิเคราะห์ปัจจัยนำเข้าต่างๆ เช่น การเงิน งบประมาณ แหล่งเงินทุน ทรัพยากรบุคคล (จำนวน ความสามารถ ทักษะพิเศษ) วัฒนธรรมองค์กร ขั้นตอนการทำงาน ผู้นำองค์กร เป็นต้น
  2. ดำเนินการศึกษาปัจจัยภายนอก เพื่อระบุโอกาส (Opportunities) และภัยคุกคาม (Threats) มักจะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า PESTEL Analysis ในการวิเคราะห์
  3. ระบุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และวัตถุประสงค์
  4. วิเคราะห์ว่าเราจะใช้จุดแข็งของเราเพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ได้อย่างไร วิเคราะห์ว่าเรามีจุดอ่อนอะไรบ้างเพื่อวางแผนพัฒนาต่อไป รวมถึงวิเคราะห์การใช้จุดแข็งกับโอกาสที่เกิดขึ้นอย่างไร และจะหลีกเลี่ยงหรือบรรเทาภัยคุกคามได้อย่างไร
  5. สร้างแผนปฏิบัติการพร้อมรายละเอียดเฉพาะของกลยุทธ์ เพื่อให้ปัจจัยเหล่านี้เปลี่ยนจากการคุกคามเป็นโอกาส ซึ่งเรียกว่าแผนปฏิบัติการ โดยอาจจะใช้การทำ TOWS Analysis ในการวิเคระห์ได้

ตัวอย่างการวิเคราะห์ SWOT

องค์กร: สายการบิน CADT ช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19

การวิเคราะห์ปัจจัยภายใน (Strength และ Opportunity)

จุดแข็ง (Strengths)
S1 – มีแหล่งเงินกู้ ดอกเบี้ยต่ำ
S2 – มีบุคลากรที่มีทักษะจำนวนมาก
S3 – มีบุคลากรเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ
S4 – มีระบบพัฒนาบุคลกรที่มีประสิทธิภาพ
S5 – มีเครื่องบินรุ่นใหม่ ทันสมัย และจำนวนเพียงพอต่อการทำการบิน
S6 – วัฒนธรรมองค์กรสนับสนุนการทำงานแบบ Service Excellence
S7 – นักบินมีประสบการณ์สูง
S8 – มีการใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆทั้งด้านการบิน และการตลาด
S9 – มีการบริการดีเลิศ ได้รางวัลสายการบินที่มีการบริการดีมาก อันดับ 1 ในปีที่ผ่านมา
จุดอ่อน (Weakness)
W1 – มีขั้นตอนการดำเนินงานที่ซับซ้อน และไม่โปร่งใส
W2 – มีเครื่องบินหลายรุ่น ทำให่ยากต่อการจัดการด้านการซ่อมบำรุง
W3 – มีบุคลากรระดับสูงจำนวนมาก
W4 – อายุเฉลี่ยของบุคลากรค่อนข้างสูง
W5 – ไม่มีศูนย์อบรมของตนเอง
W6 – ค่าโดยสารอยู่ในเกณฑ์สูง

การวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก (Opportunity และ Threat)

เริ่มจากการวิเคระห์ PESTE Analysis (หรือ PESTLE Analsysis ก็ได้) วิเคราะห์ว่าปัจจัยใดเป็นโอกาส ปัจจัยใดเป็นภัยคุกคาม การที่ปัจจัยใดจะเป็นโอกาสได้หมายถึง เรามีจุดแข็งพร้อมตอบสนองกับปัจจัยภายนอกนั้น เพื่อสร้างโอกาส ในทางกลับกันถ้าโอกาสเข้ามา แต่เราไม่มีจุดแข็งด้านนั้น แต่คู่แข่งมี ปัจจัยภายนอกนั้นจะกลายเป็นภัยคุกคาม (อ่านเพิ่มเติมเรื่อง PESTE Analysis)

ปัจจัยด้านการเมือง กฎหมาย และนโบาย (Political factors)
T1 – นโยบายของรัฐบาล และประเทศต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่เข้มงวด
T2 – สภาพการเมืองของประเทศจุดหมายปลายทางในบางประเทศยังไม่มีเสถียรภาพ
O1 – รัฐบาลมีนโยบายให้งบสนับสนุน ช่วยเหลือสายการบิน
O2 – กฎหมายที่เข้มงวดในการดำเนินธุรกิจสายการบิน (เป็น Opportunity เนื่องจากทำให้คู่แข่งรายใหม่เข้ามาได้น้อยลง)
O3 – กฎระเบียบด้านการบินเข้มงวด สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการบิน
T3 – กฎหมายเกี่ยวกับการแพร่ระบาดฯ ส่งผลให้เกิดความยากลำบากในการเดินทางมากขึ้น
T4 – ยังไม่มีความชัดเจนด้านเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการเดินทาง เช่น Travel Pass และ Vaccine Certificate (อ่านบทความเรื่อง Passport, Boarding Pass และ Vaccine Certificate)

ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ (Economic factors)
T5 – อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และโดยเฉลี่ยทั่วโลกน้อยกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้
T6 – รายได้ของประชากรลดลงเนื่องจาก COVID-19
T7 – อัตราการว่างงานของประเทศ และทั่วโลกเพิ่มขึ้น
T8 – ต้นทุนการดำเนินงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
O4 – ราคาน้ำมันมีแนวโน้มลดลง

ปัจจัยด้านสังคม (Social factors)
O5 – มีความนิยมเดินทางทางอากาศมากขึ้นกว่าในอดีต
O6 – ประชากรมีจำนวนมากขึ้น
O7 – สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มีการปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวมากขึ้น
O8 – นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในการเดินทางทางอากาศ (ที่ใส่เป็น Opportunity เพราะสายการบิน มีภาพลักษณ์ที่ดีในด้านความปลอดภัย และการตรงต่อเวลา)
O9 – ประชากรในกลุ่มผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้น (ที่ใส่เป็น Opportunity เพราะสายการบินเป็นสายการบิน Premium ราคาสูง เน้นการบริการ และกลุ่มเป้าหมายหลักกลุ่มหนึ่ง คือ ผู้สูงอายุ)
T9 – นักท่องเที่ยวกังวลเรื่องความปลอดภัยของการเดินทางในมุมมองของสุขภาพมากขึ้น
T10 – งานด้านการบินถูกมองว่าเป็นงานที่ไม่มั่นคงอีกต่อไป (ที่ใส่เป็น Threat เพราะสายการบินมีค่าเฉลี่ยของอายุของพนักงานสูง ต้องการพนักงานใหม่เข้ามาทดแทน แต่ด้วยปัจจัยนี้อาจจะทำให้เกิดภาวะขาดแคลนบุคลากรที่จะเข้ามาใหม่ได้) (อ่านบทความเรื่องการขาดแคลนบุคลากรการบินช่วงหลัง COVID-19)
T11 – ประชากรในวัยทำงานมีแนวโน้มลดลง

ปัจจัยด้านเทคโนโลยี (Technological factors)
O10 – เทคโนโลยีในการสำรองบัตรที่นั่งโดยสาร และการชำระเงินทันสมัย (เราก็มีเลยเป็น Opportunity)
O11 – เครื่องยนต์เครื่องบินมีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อลดการใช้น้ำมัน และลดมลพิษ (เราให้เป็น Opportunity ได้ เพราะเครื่องบินที่มีเป็นรุ่นใหม่ มีเครื่องยนต์รุ่นใหม่)
O12 – ประชากรในประเทศเข้าถึงเทคโนโลยีมากขึ้น
T12 – เทคโนโลยีด้านการสื่อสารทันสมัย ส่งผลให้บางครัั้งไม่จำเป็นต้องเดินทาง

ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental factors)
T13 – ประเทศจุดหมายปลายทางบางประเทศประสบปัญหาภัยทางธรรมชาติ
T14 – การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศของโลก ส่งผลให้ฤดูกาลเปลี่ยนแปลงไป

เมื่อทำการวิเคราะห์ปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก หรือ SWOT Analysis เรียบร้อยแล้ว ก็จะไปสู่ขั้นตอนต่อๆ ไปได้แก่ ระบุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และวัตถุประสงค์ และสร้างแผนปฏิบัติการพร้อมรายละเอียดเฉพาะของกลยุทธ์

ต้องการทำงานนำเสนอ SWOT Analysis?

สามารถหาได้จากเว็บไซต์ต่างๆได้ เช่น Canva.com เป็นต้น

canva.com

ทั้งนี้การวิเคราะห์ปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก เพื่อวางแผนกลยุทธ์ไม่ได้มีเพียงการวิเคราะห์ SWOT เท่านั้น โดยส่วนตัวยังใช้เครื่องมือที่เรียกว่า SOAR Analysis ที่วิเคระห์ปัจจัยด้านบวกเพียงอย่างเดียว เหมาะสำหรับการเริ่มต้นที่จะทำอะไรบางอย่าง เน้นความถนัดจุดแข็งเพื่อตอบสนองกับโอกาสที่กำลังจะมานั่นเอง (อ่านต่อเรื่อง SOAR Analysis)

สถาวร เลิศสุวรรณกุล
รองคณบดีฝ่ายวิชาการ
วิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

Share: