แนวโน้มการท่องเที่ยวในปี 2565

Share:

ในขณะที่รัฐบาลทั่วโลกผ่อนคลายข้อจำกัดของการใช้ชีวิต และการเดินทางอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยเปลี่ยนแนวทางในการยอมรับ COVID-19 ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ด้วยมุมมองใหม่นี้ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความหวังว่าปีนี้จะเป็นปีที่คนเริ่มกลับมาเดินทางท่องเที่ยวกันได้อีกครั้ง

สำหรับรูปแบบการเดินทางนั้นจะเปลี่ยนไปจากช่วงก่อนการแพร่ระบาดเนื่องจากผู้คนได้เผชิญกับประสบการณ์ที่ย่ำแย่ที่ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนเหมือนก่อนได้ บางคนอาจจจะเคยมีการวางแผนการเดินทางไว้ล่วงหน้า แต่เนื่องด้วยภาระด้านการงาน หรือด้านอื่น ๆ ทำให้ตัดสินในเลื่อนการเดินทางออกไป เพราะด้วยความคิดที่ว่าถ้ามีเวลาว่างแล้วค่อยไปได้ แต่ COVID-19 ทำให้ทุกคนรู้ว่าอนาคตไม่แน่นอน และเมื่อมีโอกาสกลับมาเดินทางอีกครั้ง ปี 2565 จะเป็นปีที่ผู้คนให้ความหมายกับประสบการณ์ชีวิตอย่างเต็มที่

หลังจากเกือบสองปีของการเดินทางอย่างจำกัด ผู้คนสองในสาม (ร้อยละ 66) บอกกับ Booking.com ว่าพวกเขาไม่ได้ตระหนักว่าการเดินทางมีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของพวกเขาเพียงใด จนกระทั่งมาเจอกับสถานการณ์การแพร่ระบาด และร้อยละ 84 ระบุว่ามีการวางแผนพักผ่อน มีผลดีต่อความผาสุกทางอารมณ์ (Emotional Wellbeing) ของพวกเขา และร้อยละ 79 ของผู้เดินทางเชื่อว่าการเดินทางช่วยให้สุขภาพจิต และอารมณ์ดีขึ้นมากกว่าการดูแลตนเองในรูปแบบอื่น ๆ

“การเดินทางจะไม่ใช่แค่การ ‘ไปที่ใดที่หนึ่ง’ อีกต่อไป”

คริสตี้ ฮัดสัน ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์อาวุโสของ Expedia

แนวโน้มการท่องเที่ยวในปี 2565

การเดินทางทางอากาศ: มีข้อจำกัดน้อยลง แต่ยังคงต้องสวมหน้ากากระหว่างการเดินทาง

การเดินทางทางอากาศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโดยตรงนั้น เริ่มกลับมาให้บริการในระดับใกล้เคียงกับก่อนช่วงแพร่ระบาด ในภาพรวมนั้น การเดินทางทางอากาศมีแนวโน้มในด้านบวกมากกว่าในปี 2564 โดยสามารถสังเกตความแตกต่างหลัก คือ มีผู้คนในสนามบิน และบนเครื่องบินมากขึ้น โดยคาดว่าปีนี้จะมีผู้โดยสารมากขึ้นถึง 150% ตามการระบุของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA)

ในแง่ของสถานที่ หรือจุดหมายปลายทาง ในปี 2565 ผู้โดยสารจะมีตัวเลือกมากกว่าปีที่แล้ว จุดหมายปลายทางหลักได้เริ่มเปิดให้บริการอีกครั้ง สายการบินได้ทยอยเปิดเส้นทางเดิม และเพิ่มเส้นทางใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการการเดินทางของผู้โดยสารทุกกลุ่ม

ที่สำคัญจะสังเกตได้ว่าแนวโน้มของราคาบัตรโดยสารจะมีราคาถูกกว่าช่วงก่อนเกิดการระบาดประมาณร้อยละ 15-20 ในมุมของการบริหารจัดการราคาบัตรโดยสารของสายการบินนั้น การคิดราคาค่าโดยสารนั้นจะยากกว่าช่วงก่อนเกิดโรคระบาด เนื่องจากสายการบินต้องคำนึงถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพ การจำกัดการเดินทาง และปัจจัยในแง่ของจิตวิทยาของนักเดินทางด้วย รูปแบบการกำหนดราคาแบบเดิมจึงไม่สามารถนำมาใช้ได้อีกต่อไป

ที่พัก: โรงแรมเริ่มฟื้นตัว เพราะปรับตัว

ปี 2565 อาจเป็นปีที่โรงแรมกลับมาสู่ภาวะปกติในมุมของการรองรับนักท่องเที่ยว เนื่องจากจำนวนยอดจองห้องพักกลับมาเทียบเท่ากับปี 2563 แต่อย่างไรก็ตามในมุมของการเช่าพื้นที่ของโรงแรมจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การจัดการประชุม งานแสดง หรืองานแต่งงาน รวมถึงการบริการอาหารและเครื่องดื่ม ยังคงมีแนวโน้มไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา

การมุ่งเน้นไปที่นักเดินทางเพื่อการพักผ่อนเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความหลากหลายใหม่ ๆ โรงแรมอาจจะไม่จำเป็นต้องจ้างพนักงานจำนวนมาก แต่อาจใช้พื้นที่ของโรงแรมเพื่อจัดชั้นเรียนโยคะ หรือจัดกิจกรรม เช่น การทำ Workshop กับชาวท้องถิ่น เพราะการสร้างประสบการณ์ที่ดีนั้น นักท่องเที่ยวจะจดจำได้มากกว่าหมอนนุ่ม ๆ หรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกในโรงแรม

โรงแรมหลายแห่งปรับให้มีการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในโรงแรมเพื่อความรวดเร็ว ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และรักษามาตราการความปลอดภัยจากการติดเชื้อ เช่น การเช็คอินโดยแบบออนไลน์ การเข้าห้องโดยไม่ต้องใช้กุญแจ การสื่อสารกับพนักงานทางดิจิทัล และการส่งมอบห้องโดยหุ่นยนต์ เป็นต้น

นอกจากนี้การใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และการดำเนินธุรกิจตามแนวทางของ การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ก็เป็นแนวโน้มที่น่าสนใจของอุตสาหกรรมโรงแรมในปี 2565 ตัวอย่างเช่น กลุ่มฮิลตันวางแผนที่จะเป็นโรงแรม Net-zero ในปีนี้ ด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานหลัก เป็นต้น

จุดหมายปลายทาง: คนเริ่มกลับมาเที่ยวในเมือง

เนื่องจากในตัวเมืองมีแหล่งชอปปิ้ง แหล่งบรรเทิง เช่น ผับ บาร์ โรงภาพยนต์ โรงละคร ร้านอาหาร และอื่น ๆ ที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายครบถ้วน การที่ไม่สามารถเดินทางมายังเมืองหลวงใหญ่ ๆ ได้เกือบ 2 ปี นักเดินทางต่างกระตือรือร้นที่จะกลับไปยังมหานครที่พวกเขาชื่นชอบ

นอกจากนี้ ยังมีจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ ที่เรียกว่า Streamer Locations คือจุดหมายปลายทางที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการดูรายการท่องเที่ยว หรือภาพยนต์ที่เกี่ยวกับการเดินทางบน Netflix และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอื่น ๆ นับไม่ถ้วน ในช่วงกักตัว เช่น The Tourist ที่ทำให้คนดูใฝ่ฝันที่จะเดินทางบนถนนที่เต็มไปด้วยฝุ่นทั่วออสเตรเลีย หรือเรื่อง A Very British Scandal ทำให้คนดูเห็นความงามของที่ราบสูงสก็อตแลนด์ ซีรีส์เหล่านี้ได้ทำการตลาดโดยไม่ได้ตั้งใจให้กับจุดหมายปลายทางทั่วโลก

รีสอร์ท: ควรมีทุกอย่างมากกว่าชายหาด

รีสอร์ตรูปแบบใหม่ ที่มีสิ่งที่นักเดินทางต้องการทั้งหมดอยู่ในที่เดียวกำลังเป็นจุดหมายปลายทางแบบใหม่ที่น่าสนใจ ตัวเร่งปฏิกิริยาหลักสำหรับแนวโน้มนี้ คือการที่นักเดินบางกลุ่มเกิดความกลัวการติดเชื้อเนื่องจากการออกจากบริเวณรีสอร์ท หรือการที่มีบุคคลภายนอกเข้ามาในบริเวณที่พักได้อย่างไม่มีข้อจำกัด

นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีความต้องการที่พักที่สามารถทำกิจกรรมทุกอย่างในที่เดียวได้ และไม่ต้องการเดินทางออกนอกบริเวณที่พัก หรือออกไปน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยทางรีสอร์ท อาจจะต้องทำการสำรวจความต้องการในทุกด้านของนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะเข้ามาพัก เช่น ขนาดห้อง ประเภทของอาหาร เครื่องดื่ม หรือกิจกรรมที่ต้องการทำ เป็นต้น

การเดินทางเพื่อพัฒนาตนเอง

จากปรากฎการณ์ Great Resignation ที่ผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกได้ลาออกจากงาน และแสวงหาเส้นทางอาชีพใหม่ หรือเป็นผู้ประกอบการมากขึ้น โดยคนเหล่านี้มองเห็นความสำคัญของการพัฒนาตนเอง ส่งผลให้การเดินทางเพื่อการพัฒนาตนเอง (Personal Development Retreats) ทุกรูปแบบเกิดขึ้นทั่วโลก ตั้งแต่ Aerial BVI ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน ซึ่งทำหน้าที่เป็น ‘ศูนย์บ่มเพาะเพื่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก’ ไปจนถึงโรงแรม Heartbreak ในนอร์ฟอล์ก ซึ่งช่วยให้คุณผู้หญิงก้าวผ่านความผิดหวังในความรัก เป็นต้น

การเดินทางเพื่อความรัก: Sexual Wellness

ต้องยอมรับว่าการล็อกดาวน์ทำให้คู่รักใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น ทำให้มองเห็นปัญหาที่ต้องแก้ไขเพื่อรักษาความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ให้ราบรื่นต่อไป

สุขภาพทางเพศ (Sexual Wellness) เป็นหนึ่งในมุมที่เติบโตเร็วที่สุดของอุตสาหกรรมสุขภาพทั่วโลก มีทริปการเดินทางพักผ่อนสำหรับคู่รัก โดยที่พักอาจจะมีการจัดเซสชั่นที่จัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ หรือปรับความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักให้ดีขึ้น อาจจะมีเซสชั่นเข้ารับการปรึกษาจากโค้ช หรือแพทย์เพื่อรับการบำบัดต่าง ๆ เป็นการตอบสนองความต้องการของนักเดินทางที่แสวงหาความพึงพอใจของคู่รัก และความสุขส่วนตัวที่มากขึ้น

นอกจากนี้การท่องเที่ยวเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ระหว่างคู่รักที่พบเจอกันผ่าน Application การออกเดทต่าง ๆ เช่น Tinder ก็เป็นกระแส และแนวโน้มที่น่าสนใจเช่นกัน

การเดินทางท่องเที่ยวแบบ Extreme

การเผชิญความท้าทายทางกายภาพจะเป็นเป้าหมายอันดับต้น ๆ สำหรับผู้ที่เบื่อกับการถูกกักตัวอยู่บ้าน และบริษัทท่องเที่ยวก็ตอบสนองด้วยการเปิดตัวการสำรวจสุดขั้วในต่างประเทศมากมาย ตัวอย่างเช่น Black Tomato เสนอการขี่จักรยานสี่ล้อจากสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ Okavango ในบอตสวานาไปจนถึงอ่างเกลือ Makgadikgadi

Secret Compass กำลังจัดการผจญภัยโรยตัวในเวเนซุเอลา และเดินป่าผ่าน Wakhan Corridor ในอัฟกานิสถาน และ Cookson Adventures จะพาผู้คนไปดำน้ำลึกในหมู่เกาะโคโคส ซึ่งมีปลาฉลามจำนวนมากที่สุดที่สามารถพบได้ทุกที่ในโลก

(แปลโดย Google Translate จาก https://www.cntraveller.com/gallery/travel-trends)

ท่องเที่ยวแบบครอบครัว: ไปทัศนศึกษาในวันหยุด

หลังจากต้องอยู่บ้าน และเรียนแบบออนไลน์มาร่วม 2 ปี เด็กหลายล้านคนต้องประสบปัญหาด้านการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ หรือการทัศนศึกษา ผู้ปกครองที่เห็นถึงปัญหานี้ต่างอยากได้กิจกรรมที่สามารถเสริมการเรียนรู้ของบุตรหลานของตน

ดังนั้น ในปี 2565 แนวโน้มการเดินทางเพื่อการเรียนรู้ของครอบครัวกำลังเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปเรียนรู้เรื่องธรรมชาติ การออกกำลังกาย หรือการส่งเสริมด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และชีววิทยา เช่น การเดินทางไปยังแหล่งธรรมชาติเพื่อศึกษาชีวิตสัตว์ และใช้ชีวิตกับธรรมชาติ การสังเกตนก และสัตว์ต่าง ๆ รวมถึง การเดินทางไปยังชุมชนเพื่อศึกษาด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะ เช่น การทำนา การทอผ้าในท้องถิ่น เป็นต้น

ค่ายฝึกนักบินอวกาศ

มีคนไม่มากที่สามารถซื้อบัตรโดยสารท่องเที่ยวอวกาศของ Blue Origin หรือ Virgin Galactic ไปยังขอบอวกาศได้ แต่สำหรับผู้ที่หิวกระหายความตื่นเต้นของ G-force และสภาวะไร้น้ำหนัก ค่ายฝึกนักบินอวกาศแห่งใหม่จะนำเสนอประสบการณ์ของการอยู่นอกโลก

นับตั้งแต่ฤดูร้อนปี 2564 บริษัท Orbite ของฝรั่งเศสได้เสนอโครงการปฐมนิเทศนักบินอวกาศเป็นเวลาสามวันในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ซึ่งรวมถึงภารกิจอวกาศ ด้วยเทคโนโลยี VR และ เที่ยวบินพาราโบลา (Parabolic Flight: เที่ยวบินพาราโบลาที่สร้างสภาพแวดล้อมที่มีแรงดึงดูดน้อย โดยไม่ต้องไปในอวกาศ) และทัวร์ส่วนตัวใน NASA Kennedy Space Center นอกจากนี้ บริษัท Zero-G Corporation ในไมอามี่ ได้จัดทริปสำหรับนักท่องเที่ยวโดยใช้เครื่องบิน B727-200 เพื่อสร้างประสบการณ์ไร้แรงดึงดูด ในราคาเพียง 7,500 ดอลลาร์

(แปลโดย Google Translate จาก https://www.cntraveller.com/gallery/travel-trends)

เรือสำราญ: เรือลำเล็กลง แต่จุดหมายปลายทางสุดหรู

อุตสาหกรรมการเดินเรือได้เผชิญกับการเริ่มต้นที่ท้าทายในปี 2565 เนื่องจากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ Omicron ที่แพร่เชื้อได้เร็ว ทำให้จำนวนผู้ป่วยพุ่งสูงขึ้นบนเรือ ส่งผลให้สายการเดินเรือบางแห่งต้องยกเลิกการเดินทาง และเปลี่ยนแผนการเดินทาง แต่ความต้องการเรือสำราญในอนาคตยังคงสูงในหมู่แฟนพันธุ์แท้ของเรือสำราญ

รายงานปี 2565 เกี่ยวกับแนวโน้มของอุตสาหกรรม ซึ่งเผยแพร่ในเดือนมกราคมโดย Cruise Lines International Association ซึ่งเป็นกลุ่มการค้าของอุตสาหกรรม คาดการณ์แนวโน้มต่าง ๆ ของการเดินทางด้วยเรือสำราญ หนึ่งในแนวโน้มการล่องเรือที่น่าสนใจที่สุดในปี 2565 คือการเดินทางที่หรูหราด้วยเรือขนาดเล็กที่อาจจะมีแต่กลุ่มคนสนิทและไว้ใจได้ในเรื่องความปลอดภัยจากการแพร่ระบาด และหลีกเลี่ยงจุดหมายปลายทางที่แออัด การล่องเรือในแม่น้ำที่มีขนาดเล็กกว่า และการล่องเรือสำรวจนั้นคาดว่าจะได้รับความนิยมมากขึ้นในปีนี้

Barefoot Workations

เมื่อการทำงานจากที่ไหนก็ได้เป็นเรื่องปกติ และเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง การนั่งทำงาน ส่งเมลบนชายหาดแถบแคริบเบียนก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัว งานวิจัยพบว่าการทำงานในสถานที่ที่ทำให้ผ่อนคลายช่วยให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น

ที่มา
https://www.nytimes.com/2022/02/15/travel/trends-spring-2022.html
https://www.cntraveller.com/gallery/travel-trends
https://www.elle.com/uk/life-and-culture/travel/g32446/travel-trends/

แหล่งสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Travel Trends

Search Engine >>> https://trends.google.com/
https://www.statista.com/topics/962/global-tourism/#dossierContents__outerWrapper
Global Tourism Industry – Market Research Report >>> https://www.statista.com/topics/962/global-tourism/#topicHeader__wrapper

Share: