หินสถิตวิญญาณจิ้งจอกเก้าหางแตก!!

Share:

คนญี่ปุ่นเรียกก้อนหินก้อนหนึ่งที่อยู่ในบริเวณที่มีแก๊สพิษจากภูเขาไฟบริเวณเมืองนาสุ จังหวัดโทชิกิ บนเกาะฮอนชูว่า Sessho-seki (殺生石, Sesshōseki), the killing stone แปลตรงตัวว่าหินสังหาร ที่เรียกว่าหินสังหารก็เพราะมีความเชื่อว่าใครที่ได้สัมผัสกับหินเหล่านี้จะมีอันเป็นไปนั่นเอง โดยหินก้อนนี้มีเรื่องเล่าว่าเป็นหินที่สถิตของวิญญาณปิศาจสุนัขจิ้งจอกเก้าหาง ที่ชื่อ Tamamo no Mae (玉藻前 or たまものまえ) แต่ตอนนี้มันแตกซะแล้ว!!

Tamamo no Mae เป็นหนึ่งในปิศาจสุนัขจิ้งจอกเก้าหาง หรือ Kitsune (狐, キツネ) ที่มีชื่อเสียงที่สุดในตำนานเรื่องจิ้งจอกเก้าหางของญี่ปุ่น นอกจากนี้เธอยังเป็นหนึ่งใน Yōkai (妖怪, วิญญาณ หรือภูติผีในนิทานพื้นบ้านของญี่ปุ่น) ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา และเธอก็โดดเด่นในเรื่องกลอุบาย ความเจ้าเล่ห์ และความกระหายในอำนาจ [2]

จะว่าไปทำไมคุ้นกับชื่อ Yokai จัง.... อ่อ เป็นหนึ่งในประเภทของผีที่เจอในเกม Phasmophobia ที่เล่นอยู่ทุกคืนนั่นเอง

ถึงแม้ว่าเธอจะทำการลอบสังหารองค์จักรพรรดิ์ Toba (จักรพรรดิ์องค์ที่ 47) ไม่สำเร็จ แต่ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้น ผลงานการสร้างความปั่นป่วนของเธอ ทำให้เธอถูกจัดลำดับให้เป็น Nihon San Dai Aku Yōkai หรือ the Three Terrible Yōkai ร่วมกับ Shuten dōji และ Ōtakemaru (ไว้จะมาเล่ารายละเอียดคราวหน้า)

จากการหาข้อมูล ก็ไปเจอมาว่าในนิยาย หรือเรื่องเล่านั้น Tamamo no Mae มีหลายชื่อ และไปปรากฎตัวในสถานที่ต่าง ๆ ณ เวลา ต่าง ๆ เช่น

ต๋าจี่ (Daji)

ช่วงประมาณ 1,700 – 1,000 ปี ก่อนคริสตกาล สมัยราชวงศ์ชาง (Shang dynasty) หรือ ราชวงศ์ยิน (Yin Dynasty) ถือเป็นราชวงศ์แรกของจีน เป็นราชวงศ์โบราณที่สุดของจีนที่มีบันทึกทางประวัติศาสตร์ สำหรับ Tamamo no Mae ในยุคนี้ เป็นที่รู้จักในชื่อของ Daji (ต๋าจี่) หญิงงามที่ได้เป็นนางสนมเอกของพระเจ้าชางโจ้ว (โจ้วหวาง) กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ชาง ซึ่งทางเว็บไซต์ [3] ได้บรรยายไว้ว่า

ตามข้อมูลที่มีการบันทึกไว้ในบันทึกสื่อจี้ โดยซือหม่าเชียน กล่าวว่า “เดิมทีนั้นโจ้วหวางเป็นกษัตริย์ที่ปรีชาสามารถมาก กระทั่งถึงปลายรัชกาล โจ้วหวางกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนโดยมีการกล่าวโทษว่าสาเหตุนั้นเป็นเพราะความหลงใหลที่มีต่อสนมเอกต๋าจี่

เดิมต๋าจี่เป็นผู้หญิงธรรมดาที่หน้าตาสวยงดงาม แต่โดนปิศาจจิ้งจอกที่เจ้าแม่หนี่วา (เทพธิดาที่ทรงเป็นผู้สร้างมนุษยชาติจากดินเหนียว) ส่งลงมาเพื่อลงโทษพระเจ้าชางโจ้วที่ไปลบหลู่พระนาง ปิศาจจิ้งจอกที่ว่าพอพบเห็นต๋าจี่ที่มีรูปโฉมงดงามเลยทำการเข้าสิงร่างของนางเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทำให้โจ้วหวางหลงใหล ปิศาจจิ้งจอกในร่างของต๋าจี่ทำให้กษัตริย์ที่เก่งกล้ากลายเป็นทรราชที่ลุ่มหลงอยู่ในกามโลกีย์ จนในที่สุดราชวงศ์ชางก็ล่มสลายไป ซึ่งในตอนท้ายบางตำราบอกว่าปิศาจจิ้งจอกโดนเจ้าแม่หนี่วาลงโทษเพราะสิ่งชั่วร้ายที่ปิศาจจิ้งจอกได้ทำไป บางตำราก็บอกว่าเธอหนีไปได้

Lady Kayo

Lady Kayo เป็นชื่อของตัวครในนวนิยายที่แต่งโดย Takai Ranzan ในช่วงปี 1804 ซึ่งต่อมาภายหลังเนื้อเรื่องได้ถูกใช้ในการแสดงละครคาบูกิ (Kabuki)

นวนิยายของ Takai Ranan [5] อธิยายไว้ว่า Lady Kayo เป็นมเหสีของเจ้าชาย Hanzoku ผู้ปกครองทางตอนใต้ของอินเดีย อยู่มาวันหนึ่งเธอได้ล้มป่วยลง และหมอที่ทำการรักษาเธอนั้นเกิดความสงสัยในตัวตนที่แท้จริงของเธอ เลยได้ลองให้สมุนไพรพิเศษแก่เธอ จากนั้นสุนัขจิ้งจอกก็ปรากฎร่างที่แท้จริงของมัน และบินหนีขึ้นไปในอากาศ

File:Kuniyoshi Utagawa, Japan, Lady Kayo
https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Kuniyoshi_Utagawa,_Japan,_Lady_Kayo.jpg

ข้อมูลอีกแหล่งหนึ่ง [2] เขียนเอาไว้ว่า Lady Kayo คือชื่อมหเสีขององค์จักรพรรดิ์กัลมาปาทา (Kalmashapada) กษัตริย์แห่งราชวงศ์อิคชวากุ (ราชวงศ์สุริยะ): Ikshvaku dynasty (the Solar dynasty) แห่งแคว้นมากาธะ ซึ่งเป็นภูมิภาคหนึ่งในสิบหกมหาชนปทา ‘อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่’ ในปัจจุบันคือบริเวณทางใต้ของแคว้นมคธ โดยเรื่องเล่าอธิบายไว้ว่า Lady Kayo ได้ใช้ความงาม และเสน่ห์ของเธอเพื่อครอบงำองค์กัลมาปาทา ทำให้เขาทำสิ่งชั่วร้ายและน่าสะพรึงกลัวมากมายที่ไม่อาจบรรยายได้ ในที่สุดอาจจะเป็นเพราะะกัลมาปาทาเริ่มหันหลังให้กับเธอ และหันเข้าหาศาสนาพุทธแทน เธอจึงตัดสินใจหนีกลับไปประเทศจีนไป

เปาซือ / เปาสื้อ (Bao Si)

พระเจ้าโจวโยว ฮ่องเต้องค์ที่ 12 แห่งราชวงศ์โจว (Zhou Dynasty) เป็นฮ่องเต้องค์สุดท้ายของราชวงศ์โจวตะวันตก (ครองราชย์ 781-771 ปีก่อนคริสตกาล) ตามบันทึก [8] ทรงเป็นกษัตริย์ที่อ่อนแอไร้ความสามารถ เสวยแต่น้ำจัณฑ์ หลงผู้หญิงถึงขั้นทรงปลดพระมเหสีและองค์รัชทายาทองค์เก่าลงจากตำแหน่ง พร้อมกับแต่งตั้งนางเปาซือ และพระโอรสอีกองค์ ขึ้นเป็นพระมเหสีและองค์รัชทายาทองค์ใหม่ ไม่ต้องอธิบายให้มากมายก็คงเดาได้ว่านางเปาซือคือใคร… ถูกต้องครับ ปิศาจจิ้งจอกเก้าหางตนเดิมนั่นเอง

เปาซือเป็นสาวงามที่ยิ้มยาก แม้ว่าพระเจ้าโจวโยวจะทำอย่างไรก็ไม่ยิ้ม พระองค์จึงประกาศว่าใครที่สามารถทำให้นางยิ้มได้จะตบรางวัลให้อย่างงาม จึงมีขุนนางเลวคนหนึ่งเสนอให้ฮ่องเต้ลองจุดคบเพลิงไฟสัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้หัวเมืองรอบๆทั้งหลายคิดว่าข้าศึกบุก จึงรีบจัดทัพและยกทัพมาเพื่อปกป้องวังหลวง แต่เมื่อมาถึงบรรดาอ๋องทั้งหลายที่นำทัพมาด้วยความเร่งรีบก็ต้องสตั๊นท์ไป เพราะทุกอย่างดูปกติสงบสุขดี เมื่อเปาซือเห็นอาการของเหล่าอ๋องก็รู้สึกขำ และยิ้มออกมา ฮ่องเต้เลยทำแบบนี้อีกหลายครั้งจนอ๋องทั้งหลายรู้สึกไม่โอ… ต่อมาอดีตพ่อตาที่ไม่พอใจที่ลูกสาวตนถูกถอดจากตำแหน่งเลยร่วมมือกับชนเผ่ารอบๆ ยกทัพมาตีเมือง ทีนี้พอจุดไฟสัญญาณก็ไม่มีอ๋องคนไหนมา สุดท้ายพระเจ้าโจวโยวฆ่าตัวตาย เปาซือและลูกถูกจับ..ราชวงศ์โจวตะวันตกล่มสลาย….ราชวงศ์โจวตะวันออกขึ้นแทน [9]

Bao Si (Chinese: 褒姒; pinyin: Bāo Sì)
https://www.labrujulaverde.com/en/wp-content/uploads/2019/04/Broma.jpg

Wakamo

หลังจากเหตุการณ์การล่มสลายของราชวงศ์โจวตะวันตก ชื่อเปาซือก็หายไปจากบันทึก แต่ต่อมาในช่วง 700 ปีก่อนคริสกาล เปาซือก็กลับมาอีกครั้งในชื่อ Wakamo สาวน้อยวัย 16 ปี โดยทางเว็บไซต์ [2] ได้เขียนไว้ว่า เธอได้ทำการหลอกกลุ่มคณะทูตชาวญี่ปุ่นที่ถูกแต่งตั้งให้เดินทางไปยังราชวงศ์ถังของจีน และได้ร่วมเดินทางกลับมายังประเทศญี่ปุ่นพร้อมคณะทูต และทำการซ่อนตัวเป็นเวลากว่า 300 ปี

Mikuzume

ในช่วงทศวรรษ 1090s ปิศาจจิ้งจอกเก้าหางก็กลับมาอีกครั้งในชื่อ Mikuzume ที่ปลอมตัวเป็นเด็กทารกที่ถูกทิ้งไว้ข้างทาง และถูกนำไปเลี้ยงโดยครอบครัวหนึ่ง ซึ่งในเวอร์ชั่น Mikuzume นี้ จะมาในรูปแบบของเด็กหญิงที่งดงาม เฉลียวฉลาด มีพรสรรค์ เป็นที่รู้จักชื่นชมของคนรอบข้าง เธอมีโอกาสได้ไปร่ายกลอนต่อหน้าองค์จักรพรรดิ์ และถูกนำเข้าวังในฐานะคนรับใช้ในราชสำนักตอนอายุ 7 ปี Mikuzume ฉลาด เก่ง รู้ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องดนตรี ประวัติศาสตร์ ดาราศาสตร์ ศาสนา และศิลปะจีนโบราณ (ก็แน่นอนอยู่มานานแล้ว) การแต่งกายก็สะอาดเรียบร้อยแบบสุด ๆ แถมเป็นคนร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใส ว่ากันว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ณ ขณะนั้น

Tamamo-no-Mae Woodblock print by Tsukioka Yoshitoshi

คืนหนึ่งในฤดูร้อน ตอน Mikuzume อายุ 18 ปี ในวังจัดให้มีการบรรเลงบทกวี และเครื่องดนตรีเพื่อเป็นเกียรติแก่ Mikuzume ขึ้น ทันใดนั้นก็เกิดลมพายุขึ้นกระทันหันทำให้ไฟ (เทียน) ในห้องสังสรรค์ดับลงหลงเหลือแต่ความมืดสนิท แล้วจู่ๆ ก็มีแสงสว่างกระจายออกมาจากตัวของ Mikuzune ทำให้ทั้งห้องสว่างไสวขึ้นมาอีกครั้ง ทุกคน (รวมถึงองค์จักรพรรดิ์) ต่างก็ยกย่อง Mikuzune ว่าคงเป็นคนที่ทำบุญเอาไว้มากเมื่อชาติที่แล้ว (โอววววว) เธอจึงได้ชื่อว่า Tamamo no Mae และได้เป็นมเหสีขององค์จักรพรรดิ์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ตั้งแต่ขึ้นเป็นมเหสี องค์จักรพรรดิ์ก็ประชวรหนักด้วยโรคแปลกๆ ไม่มีหมอคนไหนสามารถรักษาหรือระบุได้ว่าเป็นอะไร จึงมีการเชิญ Abe no Yasunari องเมียวจิ / ออนเมียวจิ (Onmyoji -นักพรตผู้ประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ตามวิถีแห่งองเมียว) เพื่อมาอ่านดวงชะตาของจักรพรรดิ์ และได้ทำนายว่าพระองค์โดนของ หลังจากนั้นเหล่านักบวช นักพรต และพระสงฆ์สูงสุดถูกเรียกตัวไปที่วังเพื่อสวดภาวนาเพื่อสุขภาพขององค์จักรพรรดิ์ แต่สุดท้ายสวดอย่างไรก็ไม่เป็นผลแถมอาการของพระองค์ยังทรุดหนักกว่าเดิม

Abe no Yasunari ถูกเชิญมาเพื่อทำการทำนายอีก แต่คราวนี้ทำนายพบว่า Tamamo no Mae คือต้นเหตุของโรคร้ายขององค์จักรพรรดิ์ และเธอคือปิศาจที่ปลอมตัวมาเพื่อทำให้อายุขัยขององค์จักรพรรดิ์สั้นลง เธอจะได้ครองบัลลังค์แทน

ถ้าคิดแบบตัดเรื่องภูติผีปิศาจออกไป มีความเป็นไปได้ที่เธออาจจะเป็นแพะ หรือเป็นเหยื่อของเหตุการณ์การแก่งแย่งที่เกิดขึ้นภายในวัง ณ ขณะนั้น

Abe no Yasunari องเมียวจิ จึงได้ประกอบพิธีไทซันฟุคุนโนะซาอิ (Taizan Fukun no Sai – 泰山府君祭 たいざんふくんのさい) หนึ่งในพิธีกรรมออนเมียวโดที่เป็นความลับและทรงพลังที่สุดที่ใช้เพื่อยืดอายุชีวิตของบุคคล หรือช่วยคนจากความตาย [10] ซึ่ง Tamamo no Mae ถูกบังคับให้เข้าร่วมพิธีด้วยเพราะเชื่อว่าวิญญาณร้ายจะปรากฎตัวออกมาเนื่องจากไม่สามารถทนความศักดิ์สิทธ์ของพิธีกรรมนี้ได้ เมื่อพิธีกรรมเริ่ม Tamamo no Mae แต่งตัวสวยกว่าปกติ เธอท่องบทสวดศักดิ์สิทธิ์ตามที่คาดไว้ และทำหน้าที่ของเธอได้ดีมาก แต่ในขณะที่เธอเตรียมจะโบกไม้เท้าในพิธี เธอก็หายแวบไป

ต่างจากตอนคุณพี่ขุนร่ายมนต์มนต์กฤษณะกาลี ในตอนต้นของเรื่องบุพเพสันนิวาส เพราะมนต์กฤษณะกาลีเป็นมนต์ศักดิ์สิทธิ์โบราณที่สามารถสาปแช่งผู้คิดร้ายให้มีอันเป็นไป

หลังจากนั้นก็เริ่มมีข่าวว่าเด็กและผู้หญิงหายตัวไปมากขึ้นเรื่อยๆ แถวๆเมืองนาสุโนะ (Nasuno) ในจังหวัด Shimotsuke แน่นอนว่าทัวร์พากันไปลงที่ Tamamo no Mae และทุกคนรวมถึงองค์จักรพรรดิ์ก็มีความเห็นว่าเธอต้องถูกกำจัด จึงมาถึงบทบาทของสองยอดขุนพล Kazusanosuke และ Miuranosuke ที่ทำหน้าที่นำทัพจำนวน 80,000 คนเพื่อออกตามล่าปิศาจจิ้งจอกเก้าหางตนนี้ หลังจากการตามล่าที่เหน็ดเหนื่อยและยาวนาน ปิศาจจิ้งจอกเก้าหางก็ถูกสังหารลงในที่สุด และร่างของเธอก็กลายเป็นก้อนหิน “Nine-tailed Fox turned into dreadful killing rock” แต่การตายของ Tamamo no Mae ก็ไม่ได้เป็นการปิดฉากความชั่วร้ายของเธอ

Miuranosuke and Kazusanosuke Defeat the Nine-tailed Fox on Nasu Moor, 1858
by Kunihisa II (1832 – 1891)
https://www.fujiarts.com/cgi-bin/item.pl?item=794807

เว็บไซต์ [2] บรรยายว่า หนึ่งปีหลังจากที่ Tamamo no Mae ถูกสังหาร จักรพรรดิโคโนเอะ ลูกชายของจักรพรรดิ์โทบะก็สิ้นพระชนม์โดยไม่มีรัชทายาท ในปีต่อมาอดีดคนรักของเธอ (อดีตจักรพรรดิ์โทบะ) ก็สิ้นพระชนม์เช่นกัน ทำให้เกิดศึกการแย่งชิงบัลลังค์ระหว่างกองกำลังที่ภักดีต่อจักรพรรดิโกะ-ชิราคาวะ (Go-Shirakawa) และกองกำลังที่จงรักภักดีต่ออดีตจักรพรรดิซูโตกุ (Emperor Sutoku) วิกฤตครั้งนี้เป็นสาเหตุของความขัดแย้งระหว่างตระกูลใหญ่ของญี่ปุ่น ซึ่งนำไปสู่สงครามกลางเมือง (Genpei War) และการเริ่มต้นของยุคโชกุน

ราวกับว่ายังไม่สะใจ วิญญาณของ Tamamo no Mae ที่สิงอยู่ในก้อนหินขนาดใหญ่ได้ฆ่าทุกสิ่งมีชีวิตที่สัมผัสมัน หินก้อนนี้เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ Sessho-seki (殺生石, Sesshōseki), the killing stone นั่นเอง ซึ่งต่อมาได้มีพระรูปหนึ่งชื่อ  Genno ได้เดินทางมาบริเวณก้อนหินที่ว่า แล้วถูกวิญญาณร้ายของ Tamamo no Mae รังควาญ พระ Genno จึงได้ประกอบพิธี และกักขังวิญญาณของเธอไว้เพื่อเธอสำนึกในความผิดที่เธอเคยได้ทำมา Tamamo-no-Mae ยอมจำนน และสาบานว่าจะไม่หลอกหลอนคนอีกต่อไป

แต่เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา หินก้อนนี้ได้แตกแยกเป็นสองส่วนเรียบร้อย บ้างก็ว่าจะเกิดเหตุร้าย บ้างก็ว่าปิศาจจิ้งจอกเก้าหางจะกลับมา บ้างก็ว่าเป็นแค่เหตุการณ์ตามธรรมชาติ ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร

Nasu Sessho-seki Rock
https://a2.cdn.japantravel.com/photo/6797-48026/840×560!/tochigi-nasu-sessho-seki-rock-48026.jpg
The so-called “killer stone” of Japan was split in two and there are fears for the supposed evil spirit that lives inside by HELEN HERNANDEZ
https://oicanadian.com/the-so-called-killer-stone-of-japan-was-split-in-two-and-there-are-fears-for-the-supposed-evil-spirit-that-lives-inside/

อ้างอิง
[1] https://en.wikipedia.org/wiki/Sessho-seki
[2] https://mythus.fandom.com/wiki/Tamamo_no_Mae
[3] http://www.satit.up.ac.th/BBC07/AboutStudent/Document/Hist_China/pdf/HistChina_3_Shang.pdf
[4] http://www.planet789.com/2019/03/daji.html
[5] https://calisphere.org/item/b20ef9ddad1fb5e37a412b8c60a1527b/
[6] https://en.wikipedia.org/wiki/Kalmashapada
[7] https://en.wikipedia.org/wiki/Bao_Si
[8] https://bit.ly/3vVSXPB
[9] http://www.planet789.com/2019/10/bao-si.html
[10] https://bit.ly/3MLiosX

Share: